|
เที่ยวจังหวัดฮ่องกง
2012-02-23 06:57:29 ทริปเที่ยวประจำครอบครัวทริปหยุดยาวประจำปี เพิ่งจะผ่านไปไม่กี่วันที่ผ่านมาครับ ทริปนี้เลื่อนมาจากปลายปีที่แล้วมาลงเอยเอาต้นปีนี้ ส่วนใหญ่แล้วทริปครอบครัว พวกเราจะพากันขึ้นไปแอ่วเหนือ เพื่อรับลมหนาว แต่เมื่อปลายปีที่แล้วพวกเราไม่ได้ไป เพราะความตั้งใจ คือ พวกเราจะ"โกอินเตอร์" คือ พวกเราจะไปเที่ยวต่างประเทศ ด้วยกันทั้งหมดทั้งครอบครัวเป็นครั้งแรก ทริปนี้จึงได้เกิดขึ้นมา ถามว่า เคยไปต่างประเทศกับเขาจริงๆจังๆบ้างไหม? ตอบว่า ถ้าไม่นับการข้ามไปชายแดนพม่าที่ตลาดแม่สาย เชียงราย แล้วก็ที่ด่าน มาเลเชีย ทางใต้ ว่าเป็นการไปต่างประเทศล่ะก็ ก็เรียกว่า ผมยังไม่เคยไปต่างประเทศอย่างเป็นทางการเลย ทริปเที่ยวฮ่องกง 3 วัน 2 คืน จากความตั้งใจเดิมจะไปเมืองจีน แต่ก็กลัวหนาว เลยคิดว่าจะไปใกล้ๆกันก่อน "หลวงพระบาง"ประเทศลาว ถูกเสนอชื่อต่อมา แต่ก็ต้องยกเลิกไปเพราะ การเดินทางไปหลวงพระบางโดยเครื่องบิน ราคาก็ไม่ถูก ถ้าจะให้นั่งรถโดยสารต่อรถกันหลายทอด นั่งกันเป็นวันๆ ป๊า ม้า ก็อายุเยอะนั่งกันไม่ไหว ดูราคาแล้ว สามารถเอาไปเที่ยวฮ่องกงได้สบายๆเลย สุดท้าย เลยมาลงเอยที่ฮ่องกง ด้วยระยะเวลาการเดินทางแค่ 2 ชั่วโมงกว่าๆเกือบๆ 3 ชั่วโมง จากกทม.ถึงฮ่องกง ทำให้เรารู้สึกว่า การไปเที่ยวฮ่องกง มันเหมือนกับว่าเราไปเที่ยวต่างจังหวัด ไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมคนไทยถึงไปฮ่องกงกันง่ายๆ และบ่อยๆ เวลาเราไปฮ่องกง น่าจะเรียกว่า เราไปจังหวัดฮ่องกง การเดินทางของทริปนี้ ทีแรกเรากะกันว่าจะไปกับทัวร์ ให้เขาจัดการให้ทุกอย่าง เรามีหน้าที่จ่ายสตางค์ เพียงอย่างเดียว แต่พอไปดูแพคเกจหลายๆที่แล้ว ส่วนใหญ่ถ้าไปกับทัวร์เขาจะพาเราไปปล่อยในที่ชอปปิ้งเยอะ หลายที่ โดยเฉพาะร้านจิวเวอรรี่ ร้านเพชร แบบนี้ไม่ใช่แนวพวกเราเลยจริงๆ แล้วอีกอย่างไปกับทัวร์ เขาจะเอาปริมาณเข้าว่า คือไปหลายที่ก็จริง แต่ๆละที่ก็อยู่ได้แป๊บเดียว ต้องทำเวลา มันไม่ถูกจริตกับ พวกเราจริงๆ เพราะพวกผมชอบถ่ายรูปกันเยอะๆ และอยู่แต่ละที่ต้องอยู่นานๆ เรียกว่า ขอดื่มด่ำ บรรยากาศ นานๆ ไม่ชอบรีบร้อน และอีกอย่าง คือ หม่าม้า ของผม หม่าม้า ของผมเองเป็นคนที่มีปัญหาเรื่องเกี่ยวกับการฉี่ นั่น คือ หม่าม้า กระเพาะปัสสาวะไม่ค่อยดี จะฉี่บ่อยมาก ยิ่งเวลาไปเที่ยวแบบนี้ เจอห้องน้ำไม่ได้เห็นเป็นเข้า ถ้าไปกับทัวร์ก็พอดีกัน เข้าห้องน้ำทำธุระเสร็จ ยังไม่ทันไร ไกด์ที่นำทัวร์ก็เรียกขึ้นรถ ไปที่อื่นต่อ คงไม่ได้เห็นอะไรแน่ๆ นอกจากห้องน้ำ ในแต่ละสถานที่ ที่ไปเที่ยว สรุปแล้วแบบนี้ เราลุยไปกันเอง!! เป็นการกล้าหาญเกินไปหรือเปล่า ออกเที่ยวต่างประเทศครั้งแรก ไปเองไม่ไปกับทัวร์ เรื่องนี้ไม่ต้องเป็นห่วง อาเฮียพี่ชายของผมบอก "เดี๋ยวกูพาไปเอง" ฮ่องกงไปไม่ยากหรอก อาเฮียของผม บอกว่า ไปกันเองประหยัดกว่าด้วย แล้วตัวเขาเองก็เคยไปฮ่องกงมาแล้ว เมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว เดี๋ยวหาข้อมูลจากเนตเอา เขาไปกันเองเยอะแยะ เราก็ไปได้ พี่ชายของผมใช้เวลาหาข้อมูลทางอินเตอร์เนต หาเวปเกี่ยวกับ ที่เขารีวิวแนะนำไปเที่ยวในฮ่องกง สุดท้าย อาเฮียของผมก็จัดการจองที่พัก และตั๋วเครื่องบินได้ไม่นาน อาเฮียผมบอกกับผมว่า "จัดทริปเสร็จเรียบร้อย ทริปนี้ไหว้พระ ข้ามไปมาเก๊ากันด้วย อาจจะต้องเดินเยอะหน่อยแต่สนุกแน่" ทริปนี้เราเที่ยวกัน 3 วัน 2 คืน แต่เราต้องปิดร้าน 5 วัน เพราะต้องหยุดล่วงหน้าเผื่อ 1วัน และกลับมาถึงบ้านก็เผื่อพักผ่อนอีก 1 วัน วันที่ออกเดินทางเราเดินทางออกจากราชบุรี เกือบๆตี 2 เพื่อไปรับน้องสาวอีกคน ที่กทม. แล้วขับรถต่อไปที่ สุววรณภูมิ กะว่าจะเอารถไปฝากจอดที่นั่นด้วย ไม่รู้ด้วยความตื่นเต้นหรือ กะเวลาไม่ถูกกันแน่ เราไปถึงสุวรรณภูมิ ตอนตี 4 กว่าๆ ซึ่งตอนนั้น เค้าก็ยังไม่ได้เปิดให้ไปเช็คอิน โหลดกระเป๋า พวกเราก็เลยได้แต่รอๆๆๆ แต่ไม่เป็นไร เพราะดีกว่ามาช้าเดี๋ยวไหนต้องเสียเวลาที่ด่าน ตม.อีก สุดท้ายพอหลังจากโหลดกระเป๋าเสร็จ พวกเราก็ไปหาอะไรกินกัน จากนั้นก็เดินเล่นกัน ก็ผ่านตม. ตรวจเอกสาร แล้วก็ไปรอที่หน้าเกท ประตูทางเข้า รอขึ้นเครื่องบินพาเราไปฮ่องกงกัน เวลาเครื่องออก คือ 8 โมง 50 นาที สายการบิน ฮ่องกง แอร์ไลน์ ที่แอร์บนเครื่องเป็นสาวหมวย หน้าตาจุ๋มจิ๋ม พูดภาษาจีนบ้าง ภาษาอังกฤษที่เร็วรัว จนคนที่ภาษาอังกฤษ ไม่ค่อยแข็งแรงอย่างผม บางทีก็ฟังไม่เข้าใจไม่รู้เรื่อง ก็อาศัยสปีทงูๆปลาๆ ออกท่าทางช่วยก็พอเข้าใจกัน แต่ทีแน่ๆ นอกจากภาษาจีนโฉงเฉง ของพวกเจ้าถิ่นที่คุยกันดังอยู่ด้านหลังผม ผมก็ได้ยิน ภาษาไทยจากเก้าอี้ด้านหน้าของผม และก็ภาษาไทยจากเก้าอี้ด้านซ้ายมือ อย่างน้อยการไปเมืองนอกอย่างเป็นทางการครั้งแรกของผม ก็ไม่เหงา มีคนไทยอีกหลายสิบคนเดินทางเป็นเพื่อนร่วมทางไปด้วยกัน ระหว่างอยู่บนเครื่องบินผมก็ไม่เหงา เพราะนั่งดูทีวีที่หน้าจอเล็กๆด้านหน้า ผมกดปุ่มเลือกดู หนัง หรือรายการทีวี ที่เขามีให้เลือกดู สุดท้ายก็มาลงเอยที่ Mr.Beanด้วยเหตุผลที่ว่า ดูง่ายที่สุดแล้ว เพราะหนังอย่างอื่นก็มีแต่ SUBอังกฤษ หรือไม่ก็เป็นSUBภาษาจีน ไม่มีSUBไทย ดูมิสเตอร์บีน ดูจะเป็นอะไรที่เข้าใจง่าย ผมดูไป หลับไป เผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ มารู้ตัวอีกทีเมื่อกัปตันประกาศว่า มาถึงฮ่องกงแล้ว การเดินทาง 2 ชั่วโมงกว่าๆ กำลังจะสิ้นสุดลง แล้ว แล้วผมก็เจอWIFI FREE ของสนามบินฮ่องกง ผมเช็คอินและถ่ายรูป แล้วอัพขึ้นFB พอให้เพื่อนๆในเฟซบุ๊คได้รู้ว่าผมมาถึง ฮ่องกงแล้วนะ อาเฮียพี่ชายของผม เดินไปติดต่อที่เค้าท์เตอร์ สักพักเดินกลับมาพร้อมบัตร 6ใบ อาเฮียแจกบัตรที่ว่านี้ ให้ทุกคน มันคือ "บัตร Octopus"มันเป็นบัตรที่มีบทบาทมาก สำหรับพวกเราเพราะพวกเราต้องใช้มันตลอดการเดินทาง ในขณะที่เราอยู่ในฮ่องกง บัตรปลาหมึกนี้ สามารถใช้ได้กับการโดยสารรถบัสในเมือง รถไฟใต้ดิน ได้ทั้งหมด หรือแม้กระทั่งใช้ซื้อของใน เซเว่นอีเลฟเว่นได้ด้วย เพียงแค่แตะบัตรที่เครื่องมันก็จะหักยอดเงินไปเรื่อยๆ ราคาในการซื้อครั้งแรก ผู้ใหญ่ ราคา HK$150 (มัดจำบัตร 50 และเป็นเงินที่ใช้ได้ในบัตร 100) เด็ก และผู้สูงอายุ ราคา HK$70 (มัดจำบัตร 50 และเป็นเงินที่ใช้ได้ในบัตร 20) ผู้สูงอายุจะเสีย ค่าโดยสารถูกกว่า ในที่นี้ทั้งป๊า และก็ หม่าม้า คุณได้สิทธิ์นั้นทันทีครับ ส่วนค่ามัดจำบัตร HK$50จะได้รับคืนเมื่อเราคืนบัตรตอนที่เราจะไม่ใช้แล้ว (ภาพและข้อมูล จากเวป HONGKONG FANCLUB) มาถึงตรงนี้ ความสนุกและความตื่นเต้นของทริปที่เราต้องเดินทางกันเอง ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว การลุยไปกันเอง โดยไม่ใช้บริการทัวร์ มันก็มีอะไรสนุกๆตื่นเต้นให้ได้ลุ้นกันเรื่อยๆ ตั้งแต่การเดินหาป้ายรถเมล์ ถามเขาไปเรื่อยว่ารถเมล์สายนี้ ตามข้อมูลที่เราได้มา ขึ้นที่ไหน แล้วพอนั่งรถไปก็มองหาจุดมาร์คที่เขาบอกเอาไว้ว่าถึงตรงนี้แล้วให้เตรียมตัวลงได้ หลายครั้งที่พวกเราเวลาขึ้นรถเมล์ต้องคอยมองหา มองลุ้นกันตลอดว่า ใช่ป้ายนี้เปล่า แต่ถ้าเป็นรถไฟฟ้าใต้ดินนี่ ค่อนข้างง่าย เพราะสถานีแต่ละสถานีคือจุดหมายชัดเจน แล้วพวกเราก็ออกเดินทางนั่งรถเมล์ จากสนามบินมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองฮ่องกง พวกเราพักที่ฝั่งเกาลูน พักที่โรงแรม BP INTERNATIONAL วิวสองข้างทางของฮ่องกง ระหว่างนั่งรถ เข้าเมืองสร้างความตื่นเต้นให้ผมได้มากทีเดียว จุดหมายของเราคือ ถนนออสติน อันเป็นที่ตั้งของโรงแรมที่เราจะพัก พอเริ่มเข้าสู่ย่านตัวเมือง ตึกรามบ้านเมืองในฮ่องกง ผู้คนเดินกันเร่งรีบ ภาพแบบนี้ที่เราเคยเห็น เคยดูในหนังฮ่องกง บัดนี้มันได้มาเป็นภาพจริงๆ ตรงหน้า ที่เคยเห็นในหนังตอนนี้มันมาฉายจริงๆอยู่ที่หน้าผมแล้ว HELLO HONGKONG ผมมาถึงแล้ว พวกเรานั่งรถบัสโดยสารเขาตัวเมืองฮ่องกง อ่อ เกือบลืมไป รถเมล์ที่ฮ่องกงนี่เท่าที่ผมเห็นส่วนใหญ่จะเป็นรถปรับอากาศ และมีแบบที่เป็นรถ 2 ชั้นด้วย ซึ่งถ้ามีโอกาสเวลาขึ้นรถเมล์ 2 ชั้นผมจะขอขึ้นไปนั่ง ชั้นบน เพราะเห็นวิวดีและชัดเจนมาก ถือโอกาสเก็บภาพถ่ายรูปด้วย คนฮ่องกง เวลารอรถเมล์ จะเข้าแถวรออย่างเป็นระเบียบ ใครมาก่อนได้ขึ้นก่อน มีสิ่งหนึ่งที่ผมเริ่มสังเกตเห็นผู้คนที่เดินอยู่ตามท้องถนน ทุกคนใส่ชุดเสื้อผ้าแบบจัดเต็ม!! ผมรู้มาก่อนเดินทางมาที่่ฮ่องกงแล้วว่า คนที่นี้ค้าแต่งตัวเยอะแต่งกันจัดมาก คือเสื้อผ้าใส่แจ๊คเก็ต ร้องเท้าบู๊ท ใส่สูท ใส่เสื้อนอกเป็นเรื่องธรรมดาของคนที่นี่ เรียกว่า ใครที่กำลังหาแบบ สำหรับดีไซน์เสื้อผ้า กระโปรง กระเป๋า รองเท้า มาที่ฮ่องกงคุณจะได้ไอเดียดีดีกลับไปแน่ๆ น่าจะเป็นเพราะอากาศของที่นี่ ตอนที่ผมไป กำลังสบายๆเย็นๆด้วย อุณหภูมิ 15 - 19 องศา เลยทำให้คนที่นี่เลยแต่งตัวกัน แบบนี้จนเป็นที่คุ้นเคย พอรถเลี้ยวเข้าย่าน มงก๊ก(MONG KOK) พวกเราก็เตรียมตัวลงกัน เพราะไม่แน่ใจว่าถนน ออสติน ที่เราจะลงกันมันอีกไกลไหม พอไปถามคนขับรถ ก็เลยรู้ว่า พวกเราตื่นตูมกันไปหน่อยคนขับรถบอกว่า อีก 5 ป้ายรถเมล์ถึงจะถึง เริ่มต้นทริปก็มีอะไรๆให้ได้ลุ้นกันตลอดเวลาเลย พอลงรถเมล์พวกเราก็ลากกระเป๋า ของใครของมันเดินกันเป็นแถวๆ เป็นนักท่องเที่ยวเซาะกราว กลางเมืองฮ่องกงกันเลย มีอีกสิ่งหนึ่งที่ฮ่องกง คือ การข้ามถนน บางที่จะมีตัวอักษรที่เขียนไว้บนถนน ให้มองทางขวา มองซ้ายก่อนข้ามถนน จุดที่ข้ามถนนจะมีไฟแดงไฟเขียวสัญญลักษณ์ คนข้ามถนน คือ เวลาจะข้ามถนนเราต้องรอสัญญาณไฟให้คนเดินข้ามเป็นสีเขียวก่อน ถึงแม้ว่าถนนรถจะว่าง ถ้าไฟให้ข้ามยังเป็นสีแดง ยังไม่เขียวก็จะไม่มีใครข้ามเด็ดขาด เข้าเช็คอินที่โรงแรม การพูดคุยกับพนักงานที่เคาน์เตอร์เป็นภาษาอังกฤษ เป็นอะไรที่ผมฟังไม่ออกเลย จับใจความได้เป็นคำๆ ตัวๆ งานนี้ถ้าไม่ได้พี่ชาย กับ น้องสาวของผมที่พอจะได้ใช้ภาษาอังกฤษบ่อยๆ ผมว่าถ้าเป็นผมมาเอง สงสัยวันนี้เข้าเช็คอินไม่ได้แน่ๆ กว่าจะได้เข้าห้องเพราะพนักงานบอกรอสักพัก เพราะต้องทำความสะอาดห้องก่อน แล้วพอเอาของกระเป๋าไปเก็บในห้อง พวกเราเลยขอเปลี่ยนชุดแต่งตัวกันใหม่อีกที เพราะสะบักสบอมกับการเดินทางมาตั้งแต่เมื่อคืนเช้ามืดตั้งแต่ราชบุรีมาแล้ว สรุปแล้วกว่าจะได้ออกจากโรงแรมจริงๆ ก็ปาไปเกือบๆ บ่าย 3 โมง เวลาที่กะเอาไว้ว่า อย่างช้าสุด บ่ายโมงเราควรจะได้ออกไปเที่ยวข้างนอกกันได้แล้ว ไม่เป็นไรเพราะทริปนี้เรามากันเองครอบครัวเราเอง เราเปลี่ยนโปรแกรมกันได้ ก่อนอื่นกองทัพต้องเดินด้วยท้อง พวกเราเลยเดินชม และสำรวจเมืองฮ่องกง พร้อมกับการดูร้านอาหารว่า จะหาอะไรกินกันก่อนดี แต่ที่แน่ๆ เมื่อคุณเดินในฮ่องกง สิ่งหนึ่งที่อดไม่ได้ คือ เราต้องแหงนหน้ามองดูตึก ที่แข่งกันสูงเสียดฟ้า เหมือนกับว่าเรากำลังเดินอยู่ในป่า(คอนกรีต) อย่างที่คนเขาเปรียบเทียบกัน เดินกันมาสักพักก็ มาตัดสินใจมาทานกันที่ร้านนี้ โยชิโนย่า Yoshinoya เป็นร้าน อาหารจานด่วน ที่ได้รับความนิยมจากคน Hong Kong เช้า กลางวัน เย็น ต้องเข้าคิวสั่งอาหารกันตลอด มื้อนี้ไม่เน้นมาก กินแก้หิวกันไปก่อน เดี๋ยวมื้อเย็นค่อยว่ากันใหม่อีกที ผมเลยสั่ง อุงด้งไก่ทอด + ชาญี่ปุ่น Chicken Kelp Udon + Japanese Tea ราคาประมาณ 18 HK$ กินอิ่มก็เดินทางกันต่อ อาเฮียบอกว่า เดี๋ยวเราตัดโปรแกรมที่จะไปวัด หวัง ต้า เชียน ไปวัดนางชี (สำนักชีฉีหลิน) ก่อน การเดินทางก็ใช้รถไฟใต้ดิน MTR เป็นหลัก สัญลักษณ์ป้ายบอกสถานีรถใต้ดิน เราเริ่มต้นประเดิมนั่ง(ส่วนใหญ่จะยืน)รถไฟใต้ดินกัน ตอนนี้เลย เขาว่ากันว่า "รถใต้ดินของฮ่องกง เป็นระบบขนส่งมวลชน ที่เจ๋งติดอันดับต้นๆของโลกเลย" ผมเห็นด้วยครับ จากที่ดู แผนผังการวางระบบการเชื่อมต่อของเส้นทางรถใต้ดิน มันโคตรจะเจ๋งจริงๆ รถไฟใต้ดินมีประมาณ 6-7 สายมันเชื่องโยงกันหมด และที่สำคัญแต่ละสถานีมันมีสีสัน มีธีมสีของแต่ละสถานีไม่เหมือนกันด้วย โดยเฉพาะผมชอบสถานี จิม ซา โจ่ย สีเหลืองสดใสมากๆ ผมจำไม่ได้ล่ะว่าขึ้นจากรถไฟใต้ดินสถานีไหน เพราะต้องคอยดู ป๊า ม้า ถึงสถานีที่ต้องลงอาเฮีย ส่งซิก บอกให้ลงก็เดินตามกันไป แล้วเราก็มาถึงวันนางชี สวยสงบ และอลังการงามมากๆ จากวัดนางชี ก็เดินข้ามฟาก ตรงกันข้ามไปที่สวนของวัด ที่นี่ก็สวย มีมุมให้ถ่ายรูปกันเยอะแยะไปหมด อย่างที่บอก พวกเราเวลาไปเที่ยวที่ไหนจะชอบอยู่นานๆ ชิลๆไปเรื่อยๆ กว่าจะออกจากวัดนางชี ก็ปาเวลาไป 5 โมงกว่าๆ อาเฮียบอกว่า เดี๋ยวกลับที่พักไปอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วก็ไปเดินเที่ยวที่ถนนคนเดิน ย่าน มงก๊ก ไปดูแสงสีตอนกลางคืนของฮ่องกงกัน หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเปลี่ยนเสื้อผ้ากันใหม่ เวลาก็ประมาณ ทุ่มกว่าๆ พวกเราเลยหาอะไรกินกันก่อน วันนี้มื้อเย็น มื้อที่สอง ของที่นี่ พวกเรากินกันที่ร้านอาหารไทยร้านนี้ ร้านสุวรรณภูมิ ข้าวขาหมู ร้านนี้เขาขายข้าวขาหมู ข้าวมันไก่ และอาหารไทย กับข้าวที่เราสั่งทานกันมื้อนี้ มี 4 อย่างคือ ไก่ต้มสับ ลาบหมู ผัดผักรวมมิตร แกงเขียวหวานหมู (ไม่มีรูปให้ดู ถ่ายไม่ทัน)รสชาติอาหารก็โอเคครับ เพราะว่า แม่ครัวที่ทำเป็นคนไทย ข้อสังเกตอย่างหนึ่งที่นี่ คนจะทานข้าวกันเยอะมาก ตักข้าวให้จานนึง เยอะมาก และกับข้าวแต่ละอย่าง ก็ทำมาค่อนข้างเยอะพวกเรากินกันอิ่มเลย ราคาอาหารมื้อนี้ 230 HK$ คิดเป็นเงินไทยก็เกือบๆ พันบาท อิ่มแล้วก็ไปเที่ยวย่านมงก๊ก กัน แถวนั้นมีของขายเพียบ ไปโดยใช้รถไฟฟ้าใต้ดิน บอกแล้วว่าทริปนี้ ขึ้นลงรถไฟฟ้ากันเป็นว่าเล่น สถานีที่เป็นจุดเริ่มต้นคือ สถานี Jordanเพราะเป็นสถานีที่อยู่ใกล้ที่พักเรา จุดหมายก็คือสถานี มงก๊ก (MONG KOK)ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกจะ 2 สถานี แล้วเราก็มาถึงแล้ว เดินเที่ยวกัน ดูของ ดู ร้าน ดูคน เก็บบรรยากาศ แต่แทบไม่ได้ชอปอะไรกันเท่าไหร่ ถึงเวลานี้เราอยากจะนอนกันแล้ว เลยตัดสินใจกลับเข้าที่พักเก็บแรงเพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า พวกเราจะข้ามไปยังมาเก๊ากัน ต้องตื่นเช้ากันหน่อย GOODNIGHT HONGKONG พรุ่งนี้ตื่นมา เราค่อยกลับมาเจอกันใหม่นะ ปล.ไดหน้าต่อไปคิดว่า จะเล่าให้จบเลยนะครับ ติดตามตอนต่อไปนะครับ >>>>>>> ข้อความของความคิดถึง <<<<<<<
|
![]()
Copyright [c] 2005-2008 All Right Reserved gulife.com
Condo rent Bangkok |
รับทำ SEO |
เว็บสำเร็จรูป | Property Bangkok |
web hosting | บทความ | เทคนิค| ท่องเที่ยวเชียงราย | ที่พักเชียงราย | เชียงราย
สร้างเว็บไซต์ , สร้างเว็บ